รีบซื้อด่วน! ข้อเสนอพิเศษ

รีบซื้อด่วน! ข้อเสนอพิเศษ

หลายท่านถามผมมาว่าเวลาแก้ไข DNS file ในเครื่องแล้วจะทำการ update DNS ในเครื่องเราทันทีอย่างไร ใช้ตามคำสั่งด้านล่างได้เลยครับ
โดยทั่วไปคอมพิวเตอร์ของเราจะ update cache DNS ในเครื่องทุกๆ 3-5 นาทีอยู่แล้วครับ แต่บางทีเราต้องการจะ test ทันทีว่าใช้งานได้หรือเปล่า ก็คงจะต้องใช้ command ด้านล่างช่วยครับ
Mac OS X 10.4 Tiger
lookupd -flushcache
Mac OS X 10.5 Leopard
dscacheutil -flushcache
อันนี้แถม Windows XP :
ipconfig /flushdns
หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกท่านครับ
ช่วงนี้หลายท่านอาจจะเห็นรูปภาพนี้บ้างแล้ว แต่ผมว่ามันยังไม่น่าจะเป็น MacBook Pro ตัวใหม่นะครับ
คิดเห็นยังไงกันบ้างครับ?
ไม่ได้มาพูดเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพหรอกนะครับ แต่หมายถึง “ออกกำลังกาย แบตเตอรี่ กันบ้างหรือเปล่า” ต่างหากครับ
จำเป็นหรือไม่? และต้องออกกำลังกายบ่อยแค่ไหน? เรามาพูดถึงเหตุผลกันครับ
แบตเตอรี่ส่วนใหญ่ที่เราใช้ Notebook ทุกเครื่อง ปัจจุบันล้วนแล้วแต่เป็นแบตเตอรี่ชนิดลิเธียม ไอออน (Li-ion) กล่าวคร่าวๆ แบตเตอรี่ประเภทนี้เป็นแบตเตอรี่ที่เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด เพราะว่า เรามักจะเสียบชาร์จบ่อยๆ อยู่แล้ว แม้ว่าประจุจะยังไม่ได้หมดเกลี้ยงก็ตาม
แบตชนิดนี้ สามารถชาร์จได้ตลอดเวลา โดยไม่มีผลเสียอะไร เพราะการชาร์จไฟ นับเป็น Cycle นั่นคือหากเราใช้งานแบตไป 50% แล้วชาร์จจนเต็ม 100% ก็ใช้ไปเพียง ครึ่ง Cycle ครั้งหน้าหากเราใช้ไป 50% และชาร์จจนเต็มอีกครั้ง ก็จะใช้ไปเพียง 1 Cycle เท่านั้น ซึ่งแบตส่วนใหญ่ออกแบบมาให้ใช้งานได้ไม่ต่ำกว่า 200-300 Cycle ภายในระยะเวลา 2-3 ปี
ดังนั้นก็ใส่แบตไว้เถอะครับ ไม่ต้องถนอมจนไม่กล้าใช้งาน เพราะถึงเราจะไม่ได้ใช้งานมันแบตก็เสื่อมไปตามอายุ คือประมาณ 2 ปีอยู่ดี
และผมก็คิดว่าน่าจะมีหลายๆ ท่านที่เอามาใช้งานแทน desktop จน notebook เครื่องนี้แทบจะฝังรากงอกติดอยู่ที่โต๊ะเลยเสียด้วยซ้ำ การทำเช่นนั้นก็ไม่เป็นผลดีกับแบตเช่นกัน เพราะการที่แบตไม่มีการคายประจุ ออกมาเลย cell บาง cell ก็จะเสื่อมเร็วกว่าปกติเสียด้วย ผมมีหลักฐานพิสูจน์มาให้ชมกันด้วยล่ะครับ
เดิมทีผมเองก็นั่งโต๊ะทำงานเกือบทั้งวัน เครื่อง MacBook Pro ราคาเกือบแสนตัวนี้ ก็ไม่ค่อยจะได้ออกไปไหน ถึงใช้งานข้างนอก ผมก็ใช้แบตเพียงเล็กน้อยแค่นั้น จำนวนประจุไม่เคยต่ำกว่า 80% เลย ใช้ไปได้ไม่นาน แบตก็เริ่มจะสามารถเก็บประจุได้น้อยลง จนกระทั่งลดลงอย่างน่าเป็นห่วง (80%) ผมจึงลองคายประจุให้หมด และชาร์จให้เต็มก้อนอีกครั้ง ผลที่ได้ปรากฎกว่าแบตสามารถเก็บประจำได้มากขึ้น ในรูป mark ที่ 1 และเมื่อใช้ไป ประจุเริ่มเก็บได้น้อยลง ผมก็ทำการคลายประจุครั้งที่ 2 (mark ที่ 2) จนปัจจุบันสามารถเก็บประจุได้ 90% ดังรูปครับ

จะเห็นได้ว่ามันมีประโยชน์ในการออกกำลังแบตนะครับ ช่วยยืดอายุของแบตเตอรี่คุณออกไปได้อีก ตามอายุการใช้งานจริงของมัน และส่วนหนึ่ง หากคุณได้ยืดเส้นยืดสายจากโต๊ะทำงาน ลองอุ้มมันไปทำงานตาม coffee shop, coffee bar ใกล้ๆ ก็ไม่เลวนะครับ บางทีอาจจะช่วยให้คุณได้ไอเดียอะไรใหม่ๆ เข้ามาในหัวก็เป็นได้ (แต่อย่าเหลวไหล แวะไปไหนแทนล่ะครับ จะเสียงานซะเปล่า)
หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์สำหรับผู้อ่านทุกท่านนะครับ ขอบคุณครับ
อาจจะดูเก่าแก่ แต่ดูท่านสตีฟ จ๊อบส์ พูดในงานเปิดตัวนี้แล้ว ผมบอกได้เลยครับว่า
เป็นงานเปิดตัวที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ MacBook Air ที่ผ่านมาเลย แม้ว่าเวลาจะผ่านไปกว่า 20 ปีแล้วก็ตาม
เชิญชมครับ!

เมื่อวานนั่งใช้ Keyboard ใหม่ของ Apple ก็พบว่า ปุ่ม CAPS LOCK เรามันมีปัญหาหรือเปล่า ทำไมกดแล้วมันไม่ค่อยติด
ยิ่งใช้ก็ยิ่งสงสัย… จนเกือบจะยกเอาไปเคลมที่ร้านแล้ว จะขอเปลี่ยนตัวใหม่ซะหน่อย เพราะปุ่ม CAPS LOCK กดได้บ้างไม่ได้บ้าง ดีที่ยังไม่ได้ไปร้าน พอดีมาอ่านเจอบทความต่างๆ ที่เขียนถึง “Feature” ในเรื่องของ CAPS LOCK นี้ซะก่อน (ไม่งั้นหน้าแตก โรงพยาบาลไม่รับเย็บแน่ๆ)
เรื่องของเรื่องคือ ทางท่านสตีฟ จ๊อบส์ เอง ทำกันเอาไว้ไม่ให้ User ที่ต้องกดปุ่ม Shift ทางด้านซ้ายมือไปโดน CAPS LOCK โดยบังเอิญ เวลาพิมพ์ด้วยความเร็วน่ะครับ
แล้วแบบนี้จะกดไงอ่ะ? Keyboard มันจะรู้ได้อย่างไรว่ากดพลาดหรือไม่พลาด??
ตามที่ทดลองใช้งาน การกดปุ่ม CAPS LOCK จะต้องเน้นๆ (ในที่นี้ไม่ใช่กดแรงๆ นะครับ) การกดเน้นคือการกดแล้วค้างไว้สักพัก(ครึ่งวินาที) ปุ่ม CAPS LOCK จึงจะติดขึ้นมา แต่การกดปิด CAPS LOCK เพียงแค่กดสั้นๆ ก็ดับแล้วนะครับ
จากความสั้นยาวในการกดปุ่มนี่เอง Keyboard จึงสามารถ detect ได้ว่าเป็นการกดพลาดหรือกดจริงครับ

นับว่าเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่ Apple แกชอบแอบซุกๆ ไว้เสมอมา ตั้งแต่เครื่องรุ่นก่อนๆ จนถึงเครื่องรุ่นปัจจุบัน และอนาคตก็ต้องมีให้ตื่นตาตื่นใจกันอีกแน่นอนครับ… นี่แหละเหตุผลที่ทำไมผมจึงชอบ Apple ยิ่งนัก!
หลังจากใช้ Keyboard รุ่นเก่า(ตัวสีดำ) อยู่นาน จนมันเริ่มจะฝืดๆ และต้องใช้แรงกดมากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งพี่สาวก็มายึดคืนไป เนื่องจากจะเอา PowerMac G4 กลับมาบูรณะใช้งานดู DVD เล่นเน็ต เลยต้องคืน Keyboard ตัวนั้นไป ก็เสียดายเล็กๆ เพราะว่ามันเป็น Keyboard แบบสั้น และมี Numpad ให้ด้วย (ซึ่งรุ่นหลังๆ ไม่มีทำออกมาแล้ว)
พูดถึง Keyboard ตัวใหม่กัน เท่าที่ทดลองใช้งานมาได้ 3 วัน ก็พบว่ามีข้อดี และข้อเสียที่สูสีกันทีเดียว
ข้อดี:
ข้อเสีย:
ท้ั้งหมดข้างบนนี้เป็นทัศนะของผมนะครับ แต่คิดว่าผู้ที่ตัดสินใจจะซื้อคงจะตัดสินใจได้ไม่ยากครับ เพราะมันสวยงาม ล่อตา ล่อใจซะขนาดนั้น ถ้าเดินเข้าไปแวะชมร้านคงจะเสร็จทุกราย 555
ถ้ามี Keyboard เก่าอยู่แล้ว ควรจะซื้อใหม่ไหม? บอกได้เลยว่าไม่จำเป็นหรอกครับ ผมว่าตัวใหม่นี้ก็ไม่ได้ออกแบบมาให้ ergonomic ซักเท่าไหร่ เน้นความสวยงามมากกว่า แต่ถ้าคุณเบื่อ Keyboard ตัวเดิมแล้ว อีกทั้งมันก็ใช้งานจนเก่าซะไม่รู้จะเช็ดยังไงแล้ว เงินก็เหลือเต็มกระเป๋า แบบนี้ไปถอยมาได้เลยครับ ^_^
ส่งท้ายด้วยรูป Keyboard ของเครื่อง Apple เมื่อปี 1983 เทียบกับปัจจุบัน 2008 กันดูครับ (ต่างกันแค่ 25 ปีเอง) อายุเท่าๆ กับตัวผมเลย 5555 (เครดิต: mymac.cc สำหรับรูปภาพครับ)